8 ยอดแท็คติกส่งเเข้งสำรองลงมาแก้เกมของ ” เอเมรี่ “

อูไน เอเมรี่ ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่แก้เกมเก่งคนหนึ่ง และเขาก็ทำให้อาร์เซนอลเป็นทีมที่ได้ประตูหรือแอสซิสต์จากนักเตะสำรองมากที่สุด (12 ครั้ง) ในซีซั่นนี้ ซึ่งเราก็จะพาทุกท่านมาดูการเปลี่ยนตัวสุดสำคัญ 8 ครั้ง ของเอเมรี่ ที่ช่วยให้ทีมสามารถเก็บผลลัพธ์ที่ต้องการได้ มาดูกันว่าเขาเปลี่ยนใครลงไปบ้าง และทำให้ทีมได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร

อูไน เอเมรี่ เข้ามารับงานเป็นกุนซือที่อาร์เซนอล หลังจากที่อาร์เซน เวนเกอร์ ตำนานกุนซือของทีม ตัดสินใจยุติบทบาทผู้จัดการทีม 22 ปี ของทัพปืนใหญ่เมื่อจบฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งการมารับงานต่อจากผู้จัดการทีมที่ทำทีมมายาวนานย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เอเมรี่ก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี หลังจากการพ่ายแพ้ต่อ 2 ทีมใหญ่อย่างแมนฯ ซิตี้ และเชลซี พวกเขาก็ไม่แพ้ใครอีกเลย นอกจากนี้เขายังทำให้ทัพปืนใหญ่มีการเล่นที่ชวนแฟนบอลให้ตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง

ที่สำคัญ สิ่งที่กุนซือสแปนิชเก่งมากคือเรื่องของการแก้เกม ตลอดการทำงานที่เซบีญ่า นักเตะที่เขาเปลี่ยนตัวลงไปมีส่วนร่วมกับประตูโดยตรง (ทำประตูหรือแอสซิสต์) ถึง 43 ลูก ส่วนกับเปแอสเช นักเตะที่ที่ถูกเปลี่ยนตัวของเอเมรี่ก็ทำให้ทีมได้ประตูถึง 24 ลูกด้วยกัน

ส่วนกับการทำงานที่อาร์เซนอล นักเตะที่เขาเปลี่ยนตัวลงมาก็มีส่วนกับประตูไปแล้วถึง 12 ลูก มากที่สุดในลีก หลังจากผ่านเกมลีกไปแค่ 12 เกมเท่านั้น

และในวันนี้ ทางยูฟ่าเบท ประเทศไทย ก็จะพาทุกท่านไปดูการเปลี่ยนตัวทั้ง 8 ครั้งของเอเมรี่ ที่ส่งผลกระทบจนช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนไปได้สำเร็จ มาดูกันว่า ครั้งนั้นกุนซือชาวสแปนิชเปลี่ยนใครลงไป และนักเตะคนนั้นทำอะไรได้ในเกมดังกล่าว


2. ลูคัส ตอร์เรร่า

คู่แข่ง : คาร์ดิฟฟ์ (ชนะ 3-2)
นาทีที่ลงสนาม : 70 (ลงแทน มัตเตโอ เกนดูซี่)
ส่วนร่วม : ทำ 1 แอสซิสต์

นี่ถือเป็นเกมสำคัญของตอร์เรร่าเกมหนึ่ง เนื่องจากช่วงแรกของฤดูกาลเขามักจะได้โอกาสลงสนามให้กับทีมในฐานะตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่

แต่ตอนนี้เราก็พอจะเห็นแล้วว่ามิดฟิลด์ทีมชาติอุรุกวัยมีอิทธิพลต่อทัพปืนใหญ่ขนาดไหน เขาก้าวขึ้นมาเป็น 11 ตัวจริงของอาร์เซนอลอย่างเต็มตัว และหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เอเมรี่ไว้ใจอดีตมิดฟิลด์ซามพ์โดเรียให้เป็นตัวหลักของทีม คือการลงมาเป็นตัวสำรองในเกมกับคาร์ดิฟฟ์ในนาที 70 ซึ่งสกอร์อยู่ที่ 2-2 ก่อนที่จะลงมาทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม และเป็นคนแอสซิสต์ให้อเล็กซองเดร์ ลากาเซตต์ พังประตูชัยในเกมดังกล่าวด้วย


3. อารอน แรมซีย์

คู่แข่ง : ฟูแล่ม (ชนะ 5-1)
นาทีที่ลงสนาม : 67 (ลงแทน อเล็กซ์ อิโวบี้)
ส่วนร่วม : ทำ 1 ประตู 1 แอสซิสต์

ในเกมนี้ แรมซีย์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาก เขาลงสนามมาได้ไม่นาน ก่อนจะเป็นคนพังประตูจากการเล่นที่สวยงามให้อาร์เซนอลออกนำ 3-1

นอกจากนี้ เขายังเป็นคนเปิดบอลให้ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง พังประตูตอกฝาโลงให้อาร์เซนอลเอาชนะทัพเจ้าสัวน้อยไปขาดลอย 5-1


4. ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง

คู่แข่ง : ฟูแล่ม (ชนะ 5-1)
นาทีที่ลงสนาม : 62 (ลงแทน แดนนี่ เวลเบ็ค)
ส่วนร่วม : ทำ 2 ประตู 1 แอสซิสต์

หากคุณมองว่าการเปลี่ยนแรมซีย์ลงสนามในเกมฟูแล่มจะเป็นการเปลี่ยนตัวที่ยอดเยี่ยมของเอเมรี่แล้ว เราก็ขอบอกคุณว่ามันมีดีกว่านั้นอีก ในเกมดังกล่าวโอบาเมยองไม่ได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง และเขาถูกเปลี่ยนลงไปแทนที่แดนนี่ เวลเบ็ค ในนาทีที่ 62 ซึ่งตอนนั้นอาร์เซนอลนำอยู่ 2-1

ในเกมนั้น ดาวยิงทีมชาติกาบองสร้างปัญหาให้กับแนวรับของฟูแล่มอย่างหนัก เขาเป็นคนทำแอสซิสต์ให้แรมซีย์ทำประตูที่ 3 ให้ทีม ก่อนจะเหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ทีมบุกมาถล่มทีมร่วมเมืองลอนดอนถึงถิ่น 5-1


5. ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง

คู่แข่ง : เลสเตอร์ (ชนะ 3-1)
นาทีที่ลงสนาม : 61 (ลงแทน สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์)
ส่วนร่วม : ทำ 2 ประตู

หลังจากผ่านการแข่งขันที่คราเวน ค็อทเทจ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน โอบาเมยองก็กลับมาสวมบทซูเปอร์ซัพอีกครั้งในเกมกับเลสเตอร์ ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

ดาวยิงทีมชาติกาบองได้ลงสนามในนาทีที่ 61 ซึ่งตอนนั้นสกอร์อยู่ที่ 1-1 แต่เขาก็ใช้เวลาเพียง 5 นาที ในการทำ 2 ประตูช่วยให้อาร์เซนอลนำ 3-1 แม้ทั้ง 2 ลูกจะเป็นการยิงแบบเข้าชาร์จง่ายๆ แต่ลูกที่ 2 ของโอบาเมยองเกิดต่อบอลที่ยอดเยี่ยมของทีม ก่อนที่อดีตดาวเตะแซงต์-เอเตียน จะโชว์ให้เห็นถึงการหาช่องที่ยอดเยี่ยมก่อนยิงเข้าไปอย่างง่ายดาย


6. อเล็กซ์ อิโวบี้

คู่แข่ง : ลิเวอร์พูล (เสมอ 1-1)
นาทีที่ลงสนาม : 68 (ลงแทน เฮนริค มคิทาร์ยาน)
ส่วนร่วม : ทำ 1 แอสซิสต์

ในเกมนี้ ลิเวอร์พูลทีมเยือนได้บุกมานำไปก่อน 1-0 จากเจมส์ มิลเนอร์ และนั่นก็ทำให้อาร์เซนอลต้องการใครสักคนที่จะลงไปกระตุ้นทีม

และเอเมรี่ก็ตัดสินใจส่งอิโวบี้ลงไปในช่วง 20 นาทีสุดท้ายของเกม ซึ่งปีกชาวไนจีเรียถูกส่งลงไปเล่นเป็นแบ็คซ้าย เนื่องจากมีแดนนี่ เวลเบ็ค ประจำการอยู่ในตำแหน่งปีกซ้ายอยู่แล้ว แม้จะลงเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัด แต่เด็กปั้นของอาร์เซนอลรายนี้ก็ทำผลงานได้ดี และเขาก็เป็นคนจ่ายทะลุช่องให้ลากาเซตต์พังประตูตีเสมอสุดสวยได้ด้วย ซึ่งฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมในเกมนี้ ก็ทำให้อิโวบี้ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในเกมถัดมาที่เจอกับวูล์ฟแฮมป์ตันด้วย


7. อารอน แรมซีย์

คู่แข่ง : วูล์ฟแฮมป์ตัน (เสมอ 1-1)
นาทีที่ลงสนาม : 75 (ลงแทน เมซุต โอซิล)
ส่วนร่วม : ทำ 1 แอสซิสต์

เป็นอีกเกมที่แรมซีย์ทำผลงานได้ดีในฐานะตัวสำรอง โดยเกมนี้มิดฟิลด์ชาวเวลส์ได้ลงสนามไปในช่วง 15 นาทีสุดท้าย ซึ่งทีมกำลังตามหลังทัพหมาป่าอยู่ 0-1

แรมซีย์ลงมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาได้โอกาสสับไกอยู่ครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ผ่านรุย ปาทริซิโอ้ อย่างไรก็ตาม เขาเป็นคนทำแอสซิสต์ลูกตีเสมอให้ทีม หลังรับบอลจากกรานิต ซาก้า ก่อนจะผ่านให้เฮนริค มคิทาร์ยาน กึ่งยิงกึ่งผ่านส่งบอลเข้าประตู ช่วยให้ทัพกูนเนอร์สรอดพ้นความพ่ายแพ้อย่างเฉียดฉิว


8. เฮนริค มคิทาร์ยาน

คู่แข่ง : วูล์ฟแฮมป์ตัน (เสมอ 1-1)
นาทีที่ลงสนาม : 76 (ลงแทน เซอัด โคลาซินัค)
ส่วนร่วม : ทำ 1 ประตู

มคิทาร์ยานก็เป็นสำรองอีกคนที่ลงมาช่วยให้ทีมสามารถเก็บคะแนนในเกมกับวูล์ฟแฮมป์ตันได้ หลังจากถูกส่งลงสนามในช่วง 15 นาทีสุดท้าย

ดาวเตะทีมชาติอาร์เมเนียเป็นคนพังประตูตีเสมอให้ทีมในนาทีที่ 86 หลังจากรับบอลกับแรมซีย์ ก่อนที่จะพยายามกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไป ซึ่งบอลก็เสียบมุมตาข่ายช่วยให้อาร์เซนอลเก็บ 1 คะแนนอันล้ำค่าได้สำเร็จในเกมดังกล่าว

Powered by UFABET


 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน