Category: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมมอบเงินสูง 40 ล้านปอนด์

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าวสาร แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมมอบเงินสูง 40 ล้านปอนด์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการเอา เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มาเป็นกุนซือคนใหม่ของพวกเขา

เว็บ UFABET โดยหาก “ปีศาจแดง” มิได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าแล้วล่ะก็ พวกเขาจะสามารถไล่ มูรินโญ่ ออกไปโดยที่ไม่เสียค่าเสียหายเยอะแค่ไหนด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะทุ่มเงินสูงสุดถึง 40 ล้านปอนด์ (ราวๆ 1,800 ล้านบาท) เพื่อดึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาเป็นที่ปรึกษาคนใหม่ของพวกเขา ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อมีชื่อเสียงของเมืองผู้ดี

อนาคตของ มูรินโญ่ ยังกลายเป็นหัวข้อร้อนอย่างสม่ำเสมอ ภายหลังที่เขาพาทีมทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงฤดูกาลนี้ จนกระทั่งถึงบัดนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่ 8 ของตารางคะแนน แถมเขายังกลายเป็นกระแสข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องความเกี่ยวเนื่องที่ทรุดโทรมกับสมาชิกอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่นกับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ชาวประเทศฝรั่งเศส ฯลฯ

ดังนี้ โปเช็ตติโน่ กลายเป็นข่าวสารกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาพักหนึ่งแล้ว แล้วก็แม้มันจะมีข่าวสารว่า เรอัล มาดริด อยากได้ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวอาร์เจนไตน์ไปคุมกลุ่มด้วยเหมือนกัน แต่ว่าฝั่งผู้บริหารของ “ปีศาจแดง” มั่นใจว่าพวกเขาจะให้ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจกว่าได้

เดอะ ซัน เสริมว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะสามารถปลด มูรินโญ่ ออกมาจากตำแหน่งได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าเสียหายเยอะแค่ไหนด้วย หากพวกเขามิได้สิทธิ์เล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงฤดูกาลหน้า

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

ชื่อเสียงที่เกินจะรับมือของ ไมเคิล โอเว่น

หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ลูกทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกต ต่างกลายเป็นวีรบุรุษของคนทั้งชาติ พร้อมทั้งได้รับชื่อเสียงเงินทองมากมาย แต่จริงๆแล้วมันไม่สนุกเลยซักนิด ไมเคิล โอเว่น จะอธิบายด้วยตัวเขาเองให้ฟังว่าทำไม

ผมเชื่อมั่นในตัวเองมากๆในคืนที่พบกับอาร์เจนติน่า ด้านร่างกาย ผมไม่ได้แข็งแกร่งกว่าคีเลียน เอ็มบับเป้ ในวัย 19 ปี หรอก เขาดูเหมือนไม่ใช่เด็กวัยรุ่นเลย ต่างจากผมในตอนนั้นที่ดูเด็กมากๆ ด้านเทคนิค ผมก็ไม่ดีเท่าเอ็มบับเป้เหมือนกัน ผมทำอย่างเขาไม่ได้เลย และก็ไม่แน่ใจว่าใครว่องไวกว่ากันด้วย แต่ด้านจิตใจ ผมว่าผมแข็งแกร่งกว่าเขาแน่นอนในวัยเดียวกัน แถมเขายังแก่กว่าผมตอนปี 98 ซะอีก

ในหัวของผมมักจะนึกตลอดว่าตัวเองมีวุฒิภาวะมากกว่าวัยเสมอ จิตใจที่แข็งแกร่งของผมคือสิ่งสำคัญ เมื่อไหร่ที่มีโอกาสทำประตู ผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะใจเต้นตึกตัก แต่คุณต้องเป็นอีกแบบ คุณต้องใจเย็นให้เหมือนกับน้ำแข็งเลย

การไปลีลชอลล์ทำให้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งการจากบ้านในวัย 14 ปี เป็นเรื่องที่ยากพอสมควร 2 ปีที่ต้องบอกลาครอบครัว แต่มันก็ช่วยสอนให้คุณเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้อยู่กับเพื่อนๆอีก 31 คน ผมได้เรียนรู้ว่าเป็นยังไง และจะเป็นอย่างไรเมื่อผมเข้าอยู่ในทีมชุดใหญ่ โดย เวส บราวน์, อลัน สมิธ แล ไมเคิ่ล บอล อยู่ในลีลชอลล์ช่วงเดียวกับผม และเราทุกคนก็ได้เล่นในทีมชาติอังกฤษด้วย

เติบโตอย่างรวดเร็ว

ผมอยู่ลิเวอร์พูลได้ 4 ปี ทีมก็ส่งผมไปทดสอบฝีเท้าที่ลีลชอลล์ โรงเรียนฝึกทักษะลูกหนังของเอฟเอ ซึ่งผมและสวีเว่น เจอร์ราร์ด อยู่ทีมทดสอบฝีเท้าชุดสุดท้าย แย่หน่อยที่เขาทำไม่สำเร็จ ตัวผมมีรูปของนักเตะลิเวอร์พูลอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ นีล รัดด็อก ในห้องนอน และทีมนี้ก็เป็นทีมผมเชียร์มาเสมอ และผมอยากเป็นแบบฟาวเลอร์มากๆเลย

ประสบการณ์ครั้งแรกที่ผมมีเกียวกับฟุตบอลมักจะประสบความสำเร็จเสมอ ในทีมชาติอังกฤษชุดยู 15 ผมเข้าไปและทำลายสถิติมากมาย ได้เล่นทั้งชุดยู 16 และ ยู17 จากนั้นก็เข้าไปอยู่ในทีมลิเวอร์พูลชุดสำรอง และคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ มาครองได้สำเร็จ

ผมมักจะถามตัวเองตลอดว่า ประตูที่ผมยิงช่วยให้ผมมั่นใจมากขึ้นหรือผมต้องเชื่อมั่นกับตัวเองก่อนว่าจะยิงได้ ในด้านจิตใจผมพร้อมแล้ว ผมยิงประตูให้ลิเวอร์พูลตั้งแต่นัดประเดิมสนามกับวิมเบอร์ดันในช่วงท้ายฤดูกาล 1996-97 แต่ผมก็ยังคิดว่ายังไงตัวเองก็คงไม่ได้เล่นมากนักหรอกในปีต่อมา

สแตน คอลลีมอร์ย้ายไปแอสตัน วิลล่า แต่ลิเวอร์พูลก็เซ็น คาร์ล ไฮนซ์ รีดเล่ ที่มีประสบการณ์ในทีมชาติเยอรมันมากมายมาร่วมทีม ดังนั้นผมจึงคิดว่าคงไม่มีโอกาสในชุดใหญ่มากหรอก เพราะมีทั้งฟาวเลอร์และ รีดเล่ ขวางทางอยู่ แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ผมได้เป็นตัวจริงตั้งแต่เกมแรกในฤดูกาล 1997-98 ซึ่งพบกับวิมเบอร์ดันอีกครั้ง และได้ลงเล่นบ่อยๆด้วยในปีนั้น สุดท้ายผมยิงได้ 18 ประตูในลีกพร้อมกับคว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกร่วมกับดิออน ดับลินและ คริส ซัตตัน นี่ถือเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ สำหรับใครซักคนที่อายุแค่ 17 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกองหน้าอย่าง เอียน ไรท์, แอนดี้ โคล, อลัน เชียเรอร์ และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ค้าแข้งอยู่ในลีกด้วย

แม้จะเป็นแบบนั้น ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองใกล้เคียงกับการเล่นในทีมชาติเลย แต่ถ้ายิงได้เรื่อยๆ และคว้ารางวัลรองเท้าทองคำมาได้ โอกาสของผมอาจจะเกิดขึ้นในฤดูกาลหน้าก็ได้

แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ ผมกำลังตีกอล์ฟกับพ่ออยู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น นั่นเป็นเบอร์ของดัก ลิเวอร์มอร์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล ทันใดนั้นผมก็คิดว่า “กูทำอะไรผิดหรือป่าววะ” แต่หลังจากที่รับสายเขาบอกว่า “ฉันมีข่าวดีมาบอก นายได้ติดทีมชาติอังกฤษ” ในตอนแรกผมนำพ่ออยู่แต่หลังจากสายนั้นผมกลับแพ้พ่อซะงั้น มันทำให้ผมไม่มีสมาธิเลย แต่ผมก็ตื่นเต้นมากๆเช่นกัน แทบรอไม่ไหวแล้วที่จะบอกให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องนี้

สิงโตหนุ่ม

การได้ติดทีมชาติเป็นครั้งแรก ผมเคารพทุกคนมากๆ ทั้งพอล แกสคอยน์ ฮีโร่ในวัยเด็กของผม แต่ในขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าตัวเองนั้นดีพอเช่นกัน เมื่อผมข้ามเส้นนั้นมาได้ ผมก็ไม่เกรงกลัวใครในวงการฟุตบอล ผมรู้สึกว่าตัวเองสมควรอยู่ ณ ตรงนี้ หรือรู้สึกตัวเองเจ๋งที่สุดในสนามแล้ว แต่มันเป็นทัศนคติแย่ๆที่คุณต้องมี

คุณอาจจะรู้สึกอายเมื่อเห็นนักมวยพูดว่า “ผมคือเบอร์หนึ่งของโลกและผมจะตั้นหน้าใครสักคนให้หมอบไปเลย” แต่ถ้าคุณไม่คิดแบบนั้น ก็ไม่มีทางเป็นที่หนึ่งได้ นอกสนามคุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นนะ แต่ในสนามคุณต้องคิดแบบนั้นแหละ ผมถูกเปรียบเทียบกับนักเตะคนอื่นมากมายๆ เมื่ออายุ 17 หรือ 18 และผมก็คิดว่า “แน่ใจหรอวะ” ให้ผมปิดตาเล่นบอล ยังเล่นดีกว่าเขาอีก

ต้องบอกเลยว่าผมยังเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าคุณยังทำประตูไม่ได้ คุณก็ต้องหาโอกาสนั้นและทำมันให้ได้ แต่หลังจากที่ผมยิงประตูแรกให้ทีมชาติได้ในเกมที่พบกับโมร็อคโก ซึ่งเป็นเวลา 1 เดือนก่อนจะถึงบอลโลก ผมคิดว่า “โอเค เครื่องกูกำลังติดแล้ว” ซึ่งเกล็น ฮอดเดิ้ลบอกกับผมว่า “นายจะไม่ได้มาบอลโลกเฉยๆแน่นอน ถึงนายจะไม่เป็นตัวจริงในเกมแรก แต่นายจะได้เป็นตัวจริงแน่นอน” มันสุดยอดมากๆที่รู้ว่าผมได้รับความไว้วางใจและสามารถสร้างความแตกต่างได้

เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่มกับตูนีเซีย นั้นแย่ที่สุดสำหรับผมเลย ผมต้องการจะทำให้คนอื่นรู้จักและเป็นตัวจริงให้ได้ อาจจะดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่การลงเล่นในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ขณะที่ทีมกำลังนำอยู่มันแย่ที่สุดจริงๆ

แต่ในเกมที่เราตามหลังโรมาเนีย 1-0 ในนัดต่อมา โอกาสของผมมาถึงแล้วล่ะ ผมถูกเปลี่ยนตัวลงมาและทำประตูได้ด้วย และในนัดสุดท้ายที่พบกับโคลอมเบียผมก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงซักที ซึ่งเขาก็ทำแบบที่บอกกับผมจริงๆ

เกล็นรู้ว่าโคลอมเบียมักจะดันแผงหลังขึ้นสูง และคิดว่าผมน่าเจาะแนวรับของพวกเขาได้ นั่นทำให้ผมประหลาดใจมาก ผมคลายความกดดันในตัวเองหลังจากที่ยิงประตูได้ในเกมกับโรมาเนีย และเกมต่อไปผมจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง

สวัสดีชาวโลก

หลังจากโคลอมเบีย ก็มาพบกับอาร์เจนติน่า นี่เป็นเกมใหญ่มากๆ ความประหม่าจึงเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นในตัวเองนะ แม้จริงๆแล้วผมจะไม่รู้จักว่าคู่แข่งคือใครก็ตาม

ผมได้ยินชื่อของกาเบรียล บาติสตูต้าอยู่แล้ว แต่ก็แค่นั้น และผมก็หวังว่าจะเก็บความรู้สึกนี้ไปตลอดการค้าแข้งของผม ทั้งความไร้เดียงสา, ปราศจากความกลัว, ความมั่นใจที่มีอยู่เต็มเปี่ยม และความต้องการเอาชนะคู่แข่ง แต่สิ่งเหล่านี้จะหายไปเมื่อคุณเติบโตขึ้น ในช่วงต่อมาของการค้าแข้ง ผมคงคิดว่า “ผมเจอกับทีมในวันนี้ เซ็นเตอร์ฝั่งขวาเขาแข็งแกร่งและรวดเร็ว ดังนั้นผมจะลองดวลกับซ็นเตอร์ฝั่งซ้ายดู” แต่ในวันนั้น ผมไม่สนใจว่าจะเล่นกับใคร สนแค่วันนี้จะยิงซักกี่ประตูดี?

ผมไม่รู้จักนักเตะจากอาร์เจนติน่ามากนัก และเขาก็ทำอะไรได้ไม่มาก ผมคอยปั่นปวนคู่แข่งในช่วงแรกของเกม ทำให้พวกเขาดูไม่จืดเลย

ผมเลี้ยงหลบผ่านคู่แข่งไป 1 หรือ 2 คน จากนั้นก็โดนสะกิดล้มลงและได้จุดโทษ ซึ่งอลัน เชียเรอร์เป็นคนสังหารให้ทีมตามตีเสมอได้ 1-1 นั่นทำให้ผมคิดว่า “ใช่ เราจัดการพวกเขาได้” และอาจทำให้พวกเขาสบสนอยู่ในใจเหมือนกัน

ถ้าคุณมองประตูที่ผมทำได้ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา คุณจะเห็นผู้เล่นอยู่กลางสนาม แต่แว๊บเดียวก็ไม่เห็นแล้ว เดวิด เบ็คแฮมจ่ายบอลให้ผม ในตอนนั้นผมก็คิดว่าจะเก็บบอลไว้กับตัวหรือจ่ายให้พอล อินซ์ หรือ ดาวิด แบ็ตตี้ ดี เพราะผมอยู่ตรงกลางสนามเลย

จากนั้นผมก็สังเกตุว่า โฮเซ่ ชามอต อยู่ติดกับผมมาก ถ้าผมจับบอลแรกได้ดี ผมสามารถวิ่งผ่านเขาไปได้ ซึ่งผมก็ทำแบบนั้นได้ และแหงนมองตรงไปข้างหน้า ผมคิดว่า “กูผ่านมาแล้ว” จากนั้นก็เห็นโรแบร์โต้ อยาล่า อยู่ห่างมากๆ เพราะเขารับรู้ถึงความเร็วที่ผมมี และยืนรออยู่ ซึ่งผมไม่เคยเห็นกองหลังคนไหนยืนตำแหน่งแบบนี้เลย

ผมพาบอลไปข้างหน้าต่อ พอล สโคลส์ ก็วิ่งขนาบข้างผมมา แต่ ณ จุดนี้ผมคงไม่จ่ายบอลให้เขาแล้ว เมื่อผมทำประตูได้ ผมดีใจอย่างบ้าคลั่งเป็น 10 วินาทีเลย ขณะที่ทุกคนเข้ามากระโดดกอดผม แต่ผมก็มุ่งกลับไปโฟกัสที่เกมต่อทันที จนลืมไปด้วยซ้ำว่ามีผู้คนหลายล้านดูประตูนี้อยู่ที่อังกฤษ

‘อย่าให้เป็นเพราะกูเลย’

ผมต้องยิงจุดโทษตัดสินหลังจากเสมอในช่วงต่อเวลา 2-2 และแม้ผมจะยิงประตูมาได้ ผมก็ยังรู้สึกว่าไม่อยากทำให้ใครผิดหวังด้วย เมื่อผมเดินไปบริเวณจุดโทษ ผมคิดว่า “ถ้าเราจะแพ้จริงล่ะก็ อย่าให้เป็นเพราะกูเลย”

ผมพยามจัดการกับความรู้สึกนั้น บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องแย่ๆของทีมชาติอังกฤษ แต่คุณควรจะไปยิงจุดโทษจริงๆหรอ หากคิดว่าตัวเองจะยิงไม่เข้า และลงเอยด้วยการกลายเป็นพนักงานขายพิซซ่าในท้ายที่สุด? ถ้าทุกคนคิดแบบนี้จริงๆ บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเราแพ้การดวลจุดโทษตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ผมยิงจุดโทษเข้า แต่ไม่รู้สึกสนุกเลย แต่ก็เชื่อว่าถ้าเราแพ้จริงๆ ผมก็คงไม่โดนด่าตลอดชีวิตหรอก ผู้คนมักจะไม่จดจำสิ่งที่คุณทำมาตลอด 15 ปีหรอก แต่พวกเขาจะจำว่าคุณเเคยยิงจุดโทษไม่เข้าหรือลื่นตอนยิง ซึ่งการทำแบบนั้นเป็นเหมือนการสร้างแผลเป็นในใจ และเป็นเรื่องยากที่จะรับมือจริงๆ

ถ้าผมอายุ 28 ในตอนนั้น ผมคงทำอีกอย่างหลังจากเราแพ้ในเกมนั้น แต่สำหรับเด็กอายุ 18 ปี มันยากที่คิดได้อย่างแจ่มแจ่ง และสิ่งที่ผมจะทำเป็นอย่างแรกคือจะเข้าไปหาเบ็คแฮมและปลอบใจเขา แต่ภาพที่ปรากฏออกมา ผมคือฮีโร่และเบ็คแฮมกลายเป็นผู้ร้าย ผมอยากจะเป็นผู้เล่นเพื่อทีมมากกว่านี้ แต่อารมณ์ของผมในตอนนั้นอาจจะแตกต่างจากคนอื่นๆ ทำให้ทุกคนเข้ามาหา แตะไหล่เบาๆ และพูดว่า “สุดยอดมาก ไม่ต้องกังวลไป นายยังมีเวลาอีกตั้ง 15 ปี” ทุกอย่างดูเป็นเรื่องบวกเสมอสำหรับผม

เราบินกลับอังกฤษด้วยเครื่องบินคองคอร์ด และกัปตันก็พูดว่า “นายช่วยมาห้องคนขับตอนเครื่องลงจอดแล้วได้มั้ย” เขาเอาธงชาติอังกฤษมาให้ผมและบอกว่า ผมน่าจะโบกธงไปมาที่หน้าต่างนะ มันเยี่ยมไปเลย แม้ผมจะเขินๆเรื่องนั้นบ้างก็ตาม จากนั้นผมก็ขี่รถกลับบ้าน และจำได้ว่ามีทั้งผู้คน,ช่างภาพ และ นักข่าวจากช่องต่างๆ ยืนเรียงกันเต็มหน้าบ้านไปหมด และพวกเขาก็ปรบมือตอนรับผมกลับมาด้วย

ทุกเช้าที่ผมขี่รถไปเล่นกอล์ฟกับพ่อ จะมีคนกลุ่มคนต่างผมมาเสมอ ทั้งคนที่เข้ามาถ่ายรูปมากมาย จนกลายเป็นสิ่งที่ล้วงล้ำความเป็นส่วนตัวของผมเกินไปหน่อยแล้ว

ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หลายคนรู้จักผมก่อนฟุตบอลโลก และลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่มีแฟนบอลยอดเยี่ยมที่สุดในโลก แต่การเล่นในฟุตบอลโลกช่วยทำให้ทั้งโลกรู้จักคุณ มันเปลี่ยนทุกอย่างไปเลย

ผู้คนมักจะตื่นเต้นเมื่อไหร่ที่เจอผมและจากที่ผมเคยได้จดหมายแค่เพียงไม่กี่ฉบับก่อนบอลโลกกลายเป็นจำนวน 4 กระสอบในทุกวันหลังจากนั้น

พูดตรงๆเลยว่านั่นเป็นปัญหา เมื่อคุณต้องมาเป็นแบบที่ผมเป็น ผมจำเป็นต้องไปซ้อมกับลิเวอร์พูล จากนั้นก็กลับบ้านอย่างรวดเร็ว เพราะมีสิ่งที่ค้างคาอยู่ที่บ้าน แม่ผมใช้เวลาทั้งเช้า,สาย,บ่าย และ เย็น กับจดหมายเหล่านั้น ต้องเอามาให้ผมเซ็น ผมเคยกลับบ้านไปตอนบ่ายและนั่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่ง 5 ทุ่ม เพื่อตอบจดหมาย เราไปไหนไม่ได้เลย แม่ผมดูเครียดพอตัวเลย เพราะเธอบอกว่า “โอ้ ผู้คนพวกนี้พูดถึงแต่เรื่องดีๆของลูกทั้งนั้นเลย” และแม่ก็อยากตอบจดหมายเหล่านั้นด้วย ผมจึงต้องทำแบบนั้นต่อไป ดังนั้นสิ่งเหล่านี้มันส่งผลกระทบต่อผมมากจนทำให้ผมต้องออกจากสนามซ้อมก่อนเวลาเพื่อมาจัดการกับเรื่องพวกนี้

ภายใต้แสงสี

นอกเหนือจากความคิดลบๆพวกนั้น ผมก็มีแรงกระตุ้น หลังจากยิงประตูแรกได้ในเกมที่พบกับเซาธ์แฮมตัน จากนั้นก็ทำแฮตทริกใส่นิวคาสเซิล

ในเกมที่พบกับนิวคาสเซิลเป็นครั้งแรกที่มีคนหมายหัวผม ตอนผมวิ่งเหยาะเข้าประจำตำแหน่ง จากนั้นสจวร์ต เพียร์ช ก็เข้ามาขู่ผมว่า “มึงต้องเจอกับกูวันนี้ ไอหนู ระวังไว้ให้ดี” แน่นอนว่าผมระวังมากขึ้น แต่ผมก็ไม่กลัวเช่นเดียวกัน

แต่ผมกลัวมากขึ้น หลังจากได้รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมของสหราชอาณาจักรประจำปี มันเป็นครั้งแรกเลยที่ผมต้องออกไปพูดต่อหน้าคนเยอะๆ และกังวลว่าจะพูดอะไรเวิ้นเว้อเกินไป นอกจากนี้ผมยังรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของบอลโลกด้วย มันแปลกดีนะ เพราะตอนนั้นคุณโฟกัสกับสิ่งอื่นๆ คุณไม่จำเป็นต้องโฟกัสหรือคิดเกี่ยวกับรางวัลที่จะตามมาเลย

มันเป็นแบบนั้นอีกครั้ง เมื่อผมได้รางวัลบัลลง ดอร์ ปี 2001 และผมไม่รู้เลยว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน เชราร์ อุลลิเย่ร์บอกว่า “นายคว้าบัลลงดอร์เลยนะ” และผมก็คิดว่า “ดีจัง” ผมยินดีกับมันนะ แต่ผมก็มั่นใจได้ว่าเมื่อหัวผมถึงเตียงก็ลืมไปแล้ว บางทีอาจจะไม่ได้คิดถึงมันอีกเลยจนกระทั่งผมได้โชว์รางวัลนี้อีกครั้งที่แอนฟิลด์ จากนั้นเมื่อผมได้มันอีก ผมคิดว่า “เอามันออกไปดิ กูต้องยิงประตูอีก 2-3 ลูกในเกมนี้นะ”

คุณจะยินดีกับรางวัลนี้เป็น 10 เท่าเมื่อคุณแขวนสตั๊ดไปแล้ว และเมื่อผมได้มองงานมอบรางวัลบัลลงดอร์ในโทรทัศน์ ผมก็เห็นแต่ลิโอเนล เมสซี่ ไม่ก็คริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ได้รางวัลนี้ไปครอง รวมถึงรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมของสหราชอาณาจักรประจำปีก็ไม่ต่างกัน

ผมจะไม่ขอโทษหรอกนะที่ทำแบบนั้นหลังจากได้รางวัลในช่วงค้าแข้ง เช่น “ใช่ รางวัลนี้อยู่ในกระเป๋าฉันแล้ว รางวัลต่อไปที่ฉันจะได้คืออะไรนะ?” แต่ถ้าคุณไม่คิดแบบนั้น คุณไม่มีทางที่จะเดินหน้าและคว้าชัยชนะมาได้ต่อไปหรอก ผมเคยพูดกับ โทนี่ แม็คคอย และ ฟิล เทย์เลอร์ ว่าไม่มีความสนุกในการทำสิ่งใดๆหรอก มีแต่ความกลัวว่าจะมีใครซักคนที่เหนือกว่าคุณและเอาชนะไปได้ และเวลาเห็นทีมอื่นคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ผมอิจฉาและฉกเข้าไปที่ทีวีทุกครั้ง

การปรับเปลี่ยน

นักเตะอังกฤษรุ่นใหม่กลายเป็นฮีโร่ในซัมเมอร์นี้ที่รัสเซีย ผมยอมรับนะ แต่ผมคิดว่าในรุ่นของผมดีกว่านี้ถึงสองเท่าเลย ไม่ว่าจะเป็น แฟร้งค์ แลมพาร์ด, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, พอล สโคลส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เวย์น รูนี่ย์ ลองบอกคนที่ดีพอจะอยู่ในทีมยุคเราหน่อยสิ? ผมคิดว่ามีไม่มากหรอก แต่ถ้าพูดถึงเรื่องหัวจิตหัวใจนักสู้ล่ะก็มันล้ำหน้าเหนือกว่าความสามารถของพวกเขาไปเยอะ พวกเขาเล่นได้สนุกและผมก็ภูมิใจมากที่พวกเขาเป็นตัวแทนของอังกฤษในบอลโลกครั้งนี้

สำหรับผู้เล่นที่ถูกจับตามองหลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในบอลโลกที่ผ่านมา เช่นแฮร์รี่ แม็คไกวร์ หรือ จอร์แดน พิคฟอร์ด พวกเขาอาจจะได้เปรียบในตอนนี้ มันช่วยสร้างความมั่นใจให้เราได้ แต่คุณก็จำเป็นต้องถ่อมตัวยามอยู่นอกสนามด้วยเช่นกัน

จุดแข็งที่สุดของผมก็คือผมสามารถแบ่งแยกระหว่างชีวิตจริงๆและการเป็นนักฟุตบอลได้ เมื่อผมเดินผ่านอุโมงค์ในสนาม ผมจะเปิดสวิตช์ให้อยู่ในโหมดงานทันที ผมรักงานของผม แต่ก็มีคนมากกว่า 50,000 คนตะโกนชื่อคุณอยู่ มันไม่ใช่เรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าจะมีคนพันๆคนขี่รถตามคุณ,แวะทักทายคุณเพื่อขอลาย,เพื่อถ่ายรูป จากใครก็ไม่รู้หรือเด็กที่สวนสาธารณะ

นักฟุตบอลหลายคนอาจจะยืดติดกับชื่อเสียงและมันคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่ผมรู้สึกว่าเราต้องสลับสวิตช์เมื่อออกจากสนาม เมื่อผมกลับไปบ้าน ผมเป็นพี่ชาย,เป็นลูกชาย, ผมมีแฟน, ผมมีเจ้าตูบ ผมทำทุกอย่างเหมือนคนปกติทั่วไป เมื่อลงสนามกับลิเวอร์พูลนั่นคืออีกโลกนึง คุณรักมัน นี่เป็นชีวิตที่ดีสุดในโลกเลย แต่ถ้าไม่สามารถรับมือกับมันได้ มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ และการพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือยาเสพติดต่างๆก็ไม่ช่วยให้คุณรับมือกับมันได้ คุณจะคิดว่าการยกย่องสรรเสริญคือสิ่งเป็นบรรทัดฐานของนักฟุตบอล ซึ่งมันไม่ใช่เลย

หวังว่านักเตะสิงโตคำรามทั้งหลายจะใช้มันเพื่อสร้างประสบการณ์ในแง่บวก บางคนอาจจะได้ไปต่อ บางคนก็อาจจะลืมรากเหง้าของตัวเอง แต่อย่างน้อยก็เชื่อว่านี่จะกระตุ้นให้มักเตะมีอาชีพค้าแข้งที่ดีขึ้นได้

ผมคว้ารางวัลดาวซัลโวอีกครั้งหลังจากบอลโลกปี 1998 โดยครองร่วมกับดไวท์ ยอร์ค และ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ ในใจผม แม้จะมีความกดดันผสมอยู่ แต่ผมก็เชื่ออยู่เสมอว่าผมเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ผมต้องเชื่อแบบนั้น

ผมหวังว่าถ้ามีใครซักคนเห็นผมบนถนนตอนนี้ พวกเขาจะนึกถึงช่วงเวลาดีๆในช่วงค้าแข้งของผม เช่นประตูของผมในนัดชิงเอฟเอ คัพปี 2001 กับอาร์เซน่อล, แฮตทริกใส่เยอรมัน และประตูนั้นกับอาร์เจนติน่า ผมยินดีมากๆกับทุกๆเหตุผลดีๆที่ทุกคนจดจำ และประตูกับอาร์เจนติน่าในวันนั้นได้เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกลาล

Powered by UFABET


 

เวนเกอร์แนะเปแอสเชดึงแรมซี่ย์ร่วมทัพ

ปารีส ยูไนเต็ด สื่อที่เสนอข้อมูลของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ระบุ อาร์แซน เวนเกอร์ ออกโรงชี้แนะ

ยูฟ่าเบท กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ว่าให้ดึง อารอน แรมซี่ย์ กองกลาง อาร์เซน่อล ไปร่วมกองทัพ ภายหลังเช้าใจกันว่า แรมซี่ย์ หมดอนาคตกับ “ไอ้ปืนใหญ่” แล้ว

อาร์แซน เวนเกอร์ สมัยก่อนยอดผู้จัดการทีมฟุตบอลของ อาร์เซน่อล สโมสรชั้นหนึ่งแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ชี้แนะให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีในศึก ลีก เอิง ประเทศฝรั่งเศส คว้าตัว อารอน แรมซี่ย์ มิดฟิลด์ชาวเวลส์ของ “ไอ้ปืนใหญ่” ไปร่วมกองทัพ ตามการเปิดเผยของ กรุงปารีส ยูไนเต็ด สื่อที่เสนอข่าวเกี่ยวกับ “เปแอสเช”

แรมซี่ย์ จะหมดสัญญากับ อาร์เซน่อล หลังจบฤดูนี้ ซึ่งแม้เจ้าตัวจะต้องการอยู่กับทีมต่อไป แต่ว่า อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีมคนตอนนี้ของ อาร์เซน่อล ไม่คิดที่จะยื่นคำสัญญาฉบับใหม่ให้ เพราะว่าเห็นว่าเขาไม่ไช่กำลังหลักในกลยุทธ์ทำทีมของตัวเอง ทำให้หน้าแข้งวัย 27 ปี กลายเป็นข่าวสารเกี่ยวกับการย้ายกลุ่มอย่างมาก โดยเช้าใจกันว่าในขณะนี้ บาเยิร์น มิวนิค เป็นเต็งหนึ่งที่กำลังจะได้เขาไปร่วมกองทัพ

แม้กระนั้น ปัจจุบัน ปารีส ยูไนเต็ด ออกโรงเปิดเผยว่า เวนเกอร์ เสนอให้ กรุงปารีสฯ ทำทุกทางเพื่อเซ็นสัญญากับ แแรมซี่ย์ ให้ได้ ภายหลังในช่วงเวลานี้ทีมดังของเมืองน้ำหอมกำลังอยากได้เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแผงกึ่งกลาง วันหลัง ติอาโก้ ม็อตต้า ห้อยสตั๊ดไปแล้ว ส่วน โจวานนี่ โล เซลโซ่ ก็ถูกปลดปล่อยให้ เรอัล เบติส ยืมตัวไปใช้งาน

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าที่จริง โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ ปารีสฯ ไม่เชื่อมั่นว่า แรมซี่ย์ จะช่วยยกฐานะการเล่นให้ทีมได้ แต่ว่า เวนเกอร์ กล่าวว่าเขาจะเป็นการเสริมกองทัพที่สุดยอดสำหรับยอดทีมที่ถิ่น ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ แน่ๆ โดย เวนเกอร์ กลายเป็นข่าวสารเกี่ยวกับการรับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของ ปารีสฯ ตลอดช่วงก่อนหน้าที่ผ่านมา

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

อ็อกซ์พูดแล้ว ตั้งเป้าคัมแบ๊กคืนสนาม

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์ หงส์แดง ตั้งเป้าหมายคืนสนามก่อนจบฤดูกาลนี้

ยูฟ่าเบท หลังเดี้ยงหนักตั้งแต่ม.ย. แล้วก็มีการมุ่งหวังว่าจำเป็นจะต้องชวดเล่นไปตลอดฤดู

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กองกลางตัวเก่ง “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมาเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ 17 เดือนพฤศจิกายน ก่อนหน้านี้ ว่า เขาตั้งเป้าหมายที่จะหายจากการบาดเจ็บกลับมาลงในสนามให้กับสังกัดเดิมได้อีกรอบก่อนจบฤดูนี้

สตาร์ทีมชาติอังกฤษ ทำผลงานดีเลิศตั้งแต่แมื่อย้ายมาร่วมทีม หงส์แดง เมื่อฤดูที่แล้ว แต่ว่าก็จำเป็นต้องสิ้นสุดลงก่อนที่จะครบกำหนดเมื่อมีปัญหาการบาดเจ็บหัวเข่าในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ โรม่า เมื่อม.ย. จนถึงพลาดไปเล่นในศึกบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

ด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ หงส์แดง การันตีในตอนปิดฤดูว่า อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน บางครั้งอาจจะหมดสิทธิ์เล่นตลอดฤดูกาล 2018-19 แม้กระนั้นปัจจุบันเจ้าตัวได้ออกมาเปิดเผยว่า เขาวางเป้าที่จะหายกลับมาลงไปในสนามได้ยังไม่ครบกำหนด พร้อมชี้ว่ากำลังจากจากนายจ้างเป็นหัวใจหลักสำหรับเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย

“ผมต้องการจะกลับมาลงในสนามให้ได้อย่างต่ำก่อนจบฤดูนี้ พบร์เก้น มีส่วนสำคัญมากสำหรับผม เมื่อใดก็ตามที่ผมได้พบเขา เขาจะมีรอยยิ้มเสมอ เขามองในแง่ดีมากมายและก็นึกถึงผมอยู่เสมอ ในช่วงเวลาที่เขากล่าวถึงกลุ่ม เขาจะพูดถึงผมซึ่งมันเกิดเรื่องดีเลิศ โดยยิ่งไปกว่านั้นในขณะที่พวกนักฟุตบอลทำผลงานเจริญ”

“เขาให้เวลากับผม เขากล่าวว่า -พวกเราทราบว่ามันควรต้องใช้เวลานานมากแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจกับหัวข้อนี้ ขอให้นายหายก็ดีพวกเราจะฝ่ากันอีกที- ซึ่งมันดีเลิศมากมายที่ได้ยินอย่างนั้น มันเป็นตอนๆในตอนที่หนักมากมาย สำหรับเพื่อการไม่อาจจะทำสิ่งที่ผมรักได้ จุดมุ่งหมายถัดไปสำหรับผมเป็นการเสริมสร้างร่างกายในยิมเพื่อสามารถกลับมาวิ่งด้านนอกได้อีกที” อดีตกาลลำแข้ง อาร์เซน่อล กล่าว

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

ฟานไดค์พร้อมแนะลิเวอร์พูลถ้าสนคว้าเดอลิกต์

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังจอมแข็งของ หงส์แดง เจาะจง ยินดีที่จะให้คำปรึกษาต้นสังกัดตลอดเวลา

ยูฟ่าเบท ถ้าเกิดพวกเขาสนใจในตัว มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ กองหลังอนาคตไกลของ อาแจ็กซ์ พร้อมชม เดอ ลิกต์ ว่าฝีเท้าเจ๋งสุดๆ

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวฮอลล์แลนด์ของ หงส์แดง ยอดสมาพันธ์ที่แวดวง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พูดว่าตนพร้อมที่จะให้คำปรึกษาคนภายในกลุ่มถึงเรื่องความสามารถของ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ถ้าหาก “ลิเวอร์พูล” อยากได้ เดอ ลิกต์ ไปร่วมกองทัพ

เดอ ลิกต์ ทำผลงานได้เด่นมากมายๆจนกระทั่งขั้นได้รับการแต่งให้ด้อยกว่ากัปตันกลุ่มของ อาแจ็กซ์ ทั้งๆที่เพิ่งจะแก่เพียงแค่ 19 ปีแค่นั้น โดยเขาได้ลงเล่นให้กลุ่มชาติฮอลแลนด์ไปแล้วด้วย ซึ่งโน่นก็ทำให้ก่อนหน้านี้มีหลายทีมที่กลายเป็นข่าวสารว่าอยากได้เขาไปร่วมกองทัพ ดังเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และก็ บาร์เซโลน่า ฯลฯ

ภายหลังถูก เดอ เทเลกราฟ สื่อในบ้านกำเนิดถามคำถามว่าเขาจะปฏิบัติหน้าที่เป็นราวกับแมวมองให้สังกัดเดิมในการไล่ล่า เดอ ลิกต์ ไหมนั้น ฟาน ไดค์ ที่เป็นคู่ขาในแนวรับของ เดอ ลิกต์ ในกลุ่มชาติฮอลแลนด์ ก็ตอบว่า “ไม่เป็นแบบงั้นหรอก แต่ว่าถ้าเกิด หงส์แดง ปรารถนาข้อเสนอจากผม ผมก็ยินดีที่จะให้คำปรึกษากับกลุ่ม”

ฟาน ไดค์ กล่าวชม เดอ ลิกต์ เพราะมีฝีเท้าที่สุดยอดสุดๆทั้งๆที่ยังอายุน้อยอยู่ “ฝีเท้าของเขามันปรับปรุงไปไกลมากๆโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผู้ที่พึ่งจะแก่เพียงเท่านี้ เขาเป็นกองข้างหลังชั้นเยี่ยม, เป็นเด็กวัยหนุ่มที่ดี, ใจเย็น เขาทราบดีว่าเขาอยากอะไร ก็หวังว่าเขาจะตกลงใจได้ถูกสำหรับสิ่งถัดไปที่เขาจะทำนะ”

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน