Category: ฟุตบอลทีมชาติ

ชื่อเสียงที่เกินจะรับมือของ ไมเคิล โอเว่น

หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ลูกทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกต ต่างกลายเป็นวีรบุรุษของคนทั้งชาติ พร้อมทั้งได้รับชื่อเสียงเงินทองมากมาย แต่จริงๆแล้วมันไม่สนุกเลยซักนิด ไมเคิล โอเว่น จะอธิบายด้วยตัวเขาเองให้ฟังว่าทำไม

ผมเชื่อมั่นในตัวเองมากๆในคืนที่พบกับอาร์เจนติน่า ด้านร่างกาย ผมไม่ได้แข็งแกร่งกว่าคีเลียน เอ็มบับเป้ ในวัย 19 ปี หรอก เขาดูเหมือนไม่ใช่เด็กวัยรุ่นเลย ต่างจากผมในตอนนั้นที่ดูเด็กมากๆ ด้านเทคนิค ผมก็ไม่ดีเท่าเอ็มบับเป้เหมือนกัน ผมทำอย่างเขาไม่ได้เลย และก็ไม่แน่ใจว่าใครว่องไวกว่ากันด้วย แต่ด้านจิตใจ ผมว่าผมแข็งแกร่งกว่าเขาแน่นอนในวัยเดียวกัน แถมเขายังแก่กว่าผมตอนปี 98 ซะอีก

ในหัวของผมมักจะนึกตลอดว่าตัวเองมีวุฒิภาวะมากกว่าวัยเสมอ จิตใจที่แข็งแกร่งของผมคือสิ่งสำคัญ เมื่อไหร่ที่มีโอกาสทำประตู ผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะใจเต้นตึกตัก แต่คุณต้องเป็นอีกแบบ คุณต้องใจเย็นให้เหมือนกับน้ำแข็งเลย

การไปลีลชอลล์ทำให้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งการจากบ้านในวัย 14 ปี เป็นเรื่องที่ยากพอสมควร 2 ปีที่ต้องบอกลาครอบครัว แต่มันก็ช่วยสอนให้คุณเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้อยู่กับเพื่อนๆอีก 31 คน ผมได้เรียนรู้ว่าเป็นยังไง และจะเป็นอย่างไรเมื่อผมเข้าอยู่ในทีมชุดใหญ่ โดย เวส บราวน์, อลัน สมิธ แล ไมเคิ่ล บอล อยู่ในลีลชอลล์ช่วงเดียวกับผม และเราทุกคนก็ได้เล่นในทีมชาติอังกฤษด้วย

เติบโตอย่างรวดเร็ว

ผมอยู่ลิเวอร์พูลได้ 4 ปี ทีมก็ส่งผมไปทดสอบฝีเท้าที่ลีลชอลล์ โรงเรียนฝึกทักษะลูกหนังของเอฟเอ ซึ่งผมและสวีเว่น เจอร์ราร์ด อยู่ทีมทดสอบฝีเท้าชุดสุดท้าย แย่หน่อยที่เขาทำไม่สำเร็จ ตัวผมมีรูปของนักเตะลิเวอร์พูลอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ นีล รัดด็อก ในห้องนอน และทีมนี้ก็เป็นทีมผมเชียร์มาเสมอ และผมอยากเป็นแบบฟาวเลอร์มากๆเลย

ประสบการณ์ครั้งแรกที่ผมมีเกียวกับฟุตบอลมักจะประสบความสำเร็จเสมอ ในทีมชาติอังกฤษชุดยู 15 ผมเข้าไปและทำลายสถิติมากมาย ได้เล่นทั้งชุดยู 16 และ ยู17 จากนั้นก็เข้าไปอยู่ในทีมลิเวอร์พูลชุดสำรอง และคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ มาครองได้สำเร็จ

ผมมักจะถามตัวเองตลอดว่า ประตูที่ผมยิงช่วยให้ผมมั่นใจมากขึ้นหรือผมต้องเชื่อมั่นกับตัวเองก่อนว่าจะยิงได้ ในด้านจิตใจผมพร้อมแล้ว ผมยิงประตูให้ลิเวอร์พูลตั้งแต่นัดประเดิมสนามกับวิมเบอร์ดันในช่วงท้ายฤดูกาล 1996-97 แต่ผมก็ยังคิดว่ายังไงตัวเองก็คงไม่ได้เล่นมากนักหรอกในปีต่อมา

สแตน คอลลีมอร์ย้ายไปแอสตัน วิลล่า แต่ลิเวอร์พูลก็เซ็น คาร์ล ไฮนซ์ รีดเล่ ที่มีประสบการณ์ในทีมชาติเยอรมันมากมายมาร่วมทีม ดังนั้นผมจึงคิดว่าคงไม่มีโอกาสในชุดใหญ่มากหรอก เพราะมีทั้งฟาวเลอร์และ รีดเล่ ขวางทางอยู่ แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ผมได้เป็นตัวจริงตั้งแต่เกมแรกในฤดูกาล 1997-98 ซึ่งพบกับวิมเบอร์ดันอีกครั้ง และได้ลงเล่นบ่อยๆด้วยในปีนั้น สุดท้ายผมยิงได้ 18 ประตูในลีกพร้อมกับคว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกร่วมกับดิออน ดับลินและ คริส ซัตตัน นี่ถือเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ สำหรับใครซักคนที่อายุแค่ 17 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกองหน้าอย่าง เอียน ไรท์, แอนดี้ โคล, อลัน เชียเรอร์ และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ค้าแข้งอยู่ในลีกด้วย

แม้จะเป็นแบบนั้น ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองใกล้เคียงกับการเล่นในทีมชาติเลย แต่ถ้ายิงได้เรื่อยๆ และคว้ารางวัลรองเท้าทองคำมาได้ โอกาสของผมอาจจะเกิดขึ้นในฤดูกาลหน้าก็ได้

แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ ผมกำลังตีกอล์ฟกับพ่ออยู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น นั่นเป็นเบอร์ของดัก ลิเวอร์มอร์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล ทันใดนั้นผมก็คิดว่า “กูทำอะไรผิดหรือป่าววะ” แต่หลังจากที่รับสายเขาบอกว่า “ฉันมีข่าวดีมาบอก นายได้ติดทีมชาติอังกฤษ” ในตอนแรกผมนำพ่ออยู่แต่หลังจากสายนั้นผมกลับแพ้พ่อซะงั้น มันทำให้ผมไม่มีสมาธิเลย แต่ผมก็ตื่นเต้นมากๆเช่นกัน แทบรอไม่ไหวแล้วที่จะบอกให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องนี้

สิงโตหนุ่ม

การได้ติดทีมชาติเป็นครั้งแรก ผมเคารพทุกคนมากๆ ทั้งพอล แกสคอยน์ ฮีโร่ในวัยเด็กของผม แต่ในขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าตัวเองนั้นดีพอเช่นกัน เมื่อผมข้ามเส้นนั้นมาได้ ผมก็ไม่เกรงกลัวใครในวงการฟุตบอล ผมรู้สึกว่าตัวเองสมควรอยู่ ณ ตรงนี้ หรือรู้สึกตัวเองเจ๋งที่สุดในสนามแล้ว แต่มันเป็นทัศนคติแย่ๆที่คุณต้องมี

คุณอาจจะรู้สึกอายเมื่อเห็นนักมวยพูดว่า “ผมคือเบอร์หนึ่งของโลกและผมจะตั้นหน้าใครสักคนให้หมอบไปเลย” แต่ถ้าคุณไม่คิดแบบนั้น ก็ไม่มีทางเป็นที่หนึ่งได้ นอกสนามคุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นนะ แต่ในสนามคุณต้องคิดแบบนั้นแหละ ผมถูกเปรียบเทียบกับนักเตะคนอื่นมากมายๆ เมื่ออายุ 17 หรือ 18 และผมก็คิดว่า “แน่ใจหรอวะ” ให้ผมปิดตาเล่นบอล ยังเล่นดีกว่าเขาอีก

ต้องบอกเลยว่าผมยังเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าคุณยังทำประตูไม่ได้ คุณก็ต้องหาโอกาสนั้นและทำมันให้ได้ แต่หลังจากที่ผมยิงประตูแรกให้ทีมชาติได้ในเกมที่พบกับโมร็อคโก ซึ่งเป็นเวลา 1 เดือนก่อนจะถึงบอลโลก ผมคิดว่า “โอเค เครื่องกูกำลังติดแล้ว” ซึ่งเกล็น ฮอดเดิ้ลบอกกับผมว่า “นายจะไม่ได้มาบอลโลกเฉยๆแน่นอน ถึงนายจะไม่เป็นตัวจริงในเกมแรก แต่นายจะได้เป็นตัวจริงแน่นอน” มันสุดยอดมากๆที่รู้ว่าผมได้รับความไว้วางใจและสามารถสร้างความแตกต่างได้

เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่มกับตูนีเซีย นั้นแย่ที่สุดสำหรับผมเลย ผมต้องการจะทำให้คนอื่นรู้จักและเป็นตัวจริงให้ได้ อาจจะดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่การลงเล่นในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ขณะที่ทีมกำลังนำอยู่มันแย่ที่สุดจริงๆ

แต่ในเกมที่เราตามหลังโรมาเนีย 1-0 ในนัดต่อมา โอกาสของผมมาถึงแล้วล่ะ ผมถูกเปลี่ยนตัวลงมาและทำประตูได้ด้วย และในนัดสุดท้ายที่พบกับโคลอมเบียผมก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงซักที ซึ่งเขาก็ทำแบบที่บอกกับผมจริงๆ

เกล็นรู้ว่าโคลอมเบียมักจะดันแผงหลังขึ้นสูง และคิดว่าผมน่าเจาะแนวรับของพวกเขาได้ นั่นทำให้ผมประหลาดใจมาก ผมคลายความกดดันในตัวเองหลังจากที่ยิงประตูได้ในเกมกับโรมาเนีย และเกมต่อไปผมจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง

สวัสดีชาวโลก

หลังจากโคลอมเบีย ก็มาพบกับอาร์เจนติน่า นี่เป็นเกมใหญ่มากๆ ความประหม่าจึงเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นในตัวเองนะ แม้จริงๆแล้วผมจะไม่รู้จักว่าคู่แข่งคือใครก็ตาม

ผมได้ยินชื่อของกาเบรียล บาติสตูต้าอยู่แล้ว แต่ก็แค่นั้น และผมก็หวังว่าจะเก็บความรู้สึกนี้ไปตลอดการค้าแข้งของผม ทั้งความไร้เดียงสา, ปราศจากความกลัว, ความมั่นใจที่มีอยู่เต็มเปี่ยม และความต้องการเอาชนะคู่แข่ง แต่สิ่งเหล่านี้จะหายไปเมื่อคุณเติบโตขึ้น ในช่วงต่อมาของการค้าแข้ง ผมคงคิดว่า “ผมเจอกับทีมในวันนี้ เซ็นเตอร์ฝั่งขวาเขาแข็งแกร่งและรวดเร็ว ดังนั้นผมจะลองดวลกับซ็นเตอร์ฝั่งซ้ายดู” แต่ในวันนั้น ผมไม่สนใจว่าจะเล่นกับใคร สนแค่วันนี้จะยิงซักกี่ประตูดี?

ผมไม่รู้จักนักเตะจากอาร์เจนติน่ามากนัก และเขาก็ทำอะไรได้ไม่มาก ผมคอยปั่นปวนคู่แข่งในช่วงแรกของเกม ทำให้พวกเขาดูไม่จืดเลย

ผมเลี้ยงหลบผ่านคู่แข่งไป 1 หรือ 2 คน จากนั้นก็โดนสะกิดล้มลงและได้จุดโทษ ซึ่งอลัน เชียเรอร์เป็นคนสังหารให้ทีมตามตีเสมอได้ 1-1 นั่นทำให้ผมคิดว่า “ใช่ เราจัดการพวกเขาได้” และอาจทำให้พวกเขาสบสนอยู่ในใจเหมือนกัน

ถ้าคุณมองประตูที่ผมทำได้ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา คุณจะเห็นผู้เล่นอยู่กลางสนาม แต่แว๊บเดียวก็ไม่เห็นแล้ว เดวิด เบ็คแฮมจ่ายบอลให้ผม ในตอนนั้นผมก็คิดว่าจะเก็บบอลไว้กับตัวหรือจ่ายให้พอล อินซ์ หรือ ดาวิด แบ็ตตี้ ดี เพราะผมอยู่ตรงกลางสนามเลย

จากนั้นผมก็สังเกตุว่า โฮเซ่ ชามอต อยู่ติดกับผมมาก ถ้าผมจับบอลแรกได้ดี ผมสามารถวิ่งผ่านเขาไปได้ ซึ่งผมก็ทำแบบนั้นได้ และแหงนมองตรงไปข้างหน้า ผมคิดว่า “กูผ่านมาแล้ว” จากนั้นก็เห็นโรแบร์โต้ อยาล่า อยู่ห่างมากๆ เพราะเขารับรู้ถึงความเร็วที่ผมมี และยืนรออยู่ ซึ่งผมไม่เคยเห็นกองหลังคนไหนยืนตำแหน่งแบบนี้เลย

ผมพาบอลไปข้างหน้าต่อ พอล สโคลส์ ก็วิ่งขนาบข้างผมมา แต่ ณ จุดนี้ผมคงไม่จ่ายบอลให้เขาแล้ว เมื่อผมทำประตูได้ ผมดีใจอย่างบ้าคลั่งเป็น 10 วินาทีเลย ขณะที่ทุกคนเข้ามากระโดดกอดผม แต่ผมก็มุ่งกลับไปโฟกัสที่เกมต่อทันที จนลืมไปด้วยซ้ำว่ามีผู้คนหลายล้านดูประตูนี้อยู่ที่อังกฤษ

‘อย่าให้เป็นเพราะกูเลย’

ผมต้องยิงจุดโทษตัดสินหลังจากเสมอในช่วงต่อเวลา 2-2 และแม้ผมจะยิงประตูมาได้ ผมก็ยังรู้สึกว่าไม่อยากทำให้ใครผิดหวังด้วย เมื่อผมเดินไปบริเวณจุดโทษ ผมคิดว่า “ถ้าเราจะแพ้จริงล่ะก็ อย่าให้เป็นเพราะกูเลย”

ผมพยามจัดการกับความรู้สึกนั้น บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องแย่ๆของทีมชาติอังกฤษ แต่คุณควรจะไปยิงจุดโทษจริงๆหรอ หากคิดว่าตัวเองจะยิงไม่เข้า และลงเอยด้วยการกลายเป็นพนักงานขายพิซซ่าในท้ายที่สุด? ถ้าทุกคนคิดแบบนี้จริงๆ บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเราแพ้การดวลจุดโทษตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ผมยิงจุดโทษเข้า แต่ไม่รู้สึกสนุกเลย แต่ก็เชื่อว่าถ้าเราแพ้จริงๆ ผมก็คงไม่โดนด่าตลอดชีวิตหรอก ผู้คนมักจะไม่จดจำสิ่งที่คุณทำมาตลอด 15 ปีหรอก แต่พวกเขาจะจำว่าคุณเเคยยิงจุดโทษไม่เข้าหรือลื่นตอนยิง ซึ่งการทำแบบนั้นเป็นเหมือนการสร้างแผลเป็นในใจ และเป็นเรื่องยากที่จะรับมือจริงๆ

ถ้าผมอายุ 28 ในตอนนั้น ผมคงทำอีกอย่างหลังจากเราแพ้ในเกมนั้น แต่สำหรับเด็กอายุ 18 ปี มันยากที่คิดได้อย่างแจ่มแจ่ง และสิ่งที่ผมจะทำเป็นอย่างแรกคือจะเข้าไปหาเบ็คแฮมและปลอบใจเขา แต่ภาพที่ปรากฏออกมา ผมคือฮีโร่และเบ็คแฮมกลายเป็นผู้ร้าย ผมอยากจะเป็นผู้เล่นเพื่อทีมมากกว่านี้ แต่อารมณ์ของผมในตอนนั้นอาจจะแตกต่างจากคนอื่นๆ ทำให้ทุกคนเข้ามาหา แตะไหล่เบาๆ และพูดว่า “สุดยอดมาก ไม่ต้องกังวลไป นายยังมีเวลาอีกตั้ง 15 ปี” ทุกอย่างดูเป็นเรื่องบวกเสมอสำหรับผม

เราบินกลับอังกฤษด้วยเครื่องบินคองคอร์ด และกัปตันก็พูดว่า “นายช่วยมาห้องคนขับตอนเครื่องลงจอดแล้วได้มั้ย” เขาเอาธงชาติอังกฤษมาให้ผมและบอกว่า ผมน่าจะโบกธงไปมาที่หน้าต่างนะ มันเยี่ยมไปเลย แม้ผมจะเขินๆเรื่องนั้นบ้างก็ตาม จากนั้นผมก็ขี่รถกลับบ้าน และจำได้ว่ามีทั้งผู้คน,ช่างภาพ และ นักข่าวจากช่องต่างๆ ยืนเรียงกันเต็มหน้าบ้านไปหมด และพวกเขาก็ปรบมือตอนรับผมกลับมาด้วย

ทุกเช้าที่ผมขี่รถไปเล่นกอล์ฟกับพ่อ จะมีคนกลุ่มคนต่างผมมาเสมอ ทั้งคนที่เข้ามาถ่ายรูปมากมาย จนกลายเป็นสิ่งที่ล้วงล้ำความเป็นส่วนตัวของผมเกินไปหน่อยแล้ว

ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หลายคนรู้จักผมก่อนฟุตบอลโลก และลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่มีแฟนบอลยอดเยี่ยมที่สุดในโลก แต่การเล่นในฟุตบอลโลกช่วยทำให้ทั้งโลกรู้จักคุณ มันเปลี่ยนทุกอย่างไปเลย

ผู้คนมักจะตื่นเต้นเมื่อไหร่ที่เจอผมและจากที่ผมเคยได้จดหมายแค่เพียงไม่กี่ฉบับก่อนบอลโลกกลายเป็นจำนวน 4 กระสอบในทุกวันหลังจากนั้น

พูดตรงๆเลยว่านั่นเป็นปัญหา เมื่อคุณต้องมาเป็นแบบที่ผมเป็น ผมจำเป็นต้องไปซ้อมกับลิเวอร์พูล จากนั้นก็กลับบ้านอย่างรวดเร็ว เพราะมีสิ่งที่ค้างคาอยู่ที่บ้าน แม่ผมใช้เวลาทั้งเช้า,สาย,บ่าย และ เย็น กับจดหมายเหล่านั้น ต้องเอามาให้ผมเซ็น ผมเคยกลับบ้านไปตอนบ่ายและนั่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่ง 5 ทุ่ม เพื่อตอบจดหมาย เราไปไหนไม่ได้เลย แม่ผมดูเครียดพอตัวเลย เพราะเธอบอกว่า “โอ้ ผู้คนพวกนี้พูดถึงแต่เรื่องดีๆของลูกทั้งนั้นเลย” และแม่ก็อยากตอบจดหมายเหล่านั้นด้วย ผมจึงต้องทำแบบนั้นต่อไป ดังนั้นสิ่งเหล่านี้มันส่งผลกระทบต่อผมมากจนทำให้ผมต้องออกจากสนามซ้อมก่อนเวลาเพื่อมาจัดการกับเรื่องพวกนี้

ภายใต้แสงสี

นอกเหนือจากความคิดลบๆพวกนั้น ผมก็มีแรงกระตุ้น หลังจากยิงประตูแรกได้ในเกมที่พบกับเซาธ์แฮมตัน จากนั้นก็ทำแฮตทริกใส่นิวคาสเซิล

ในเกมที่พบกับนิวคาสเซิลเป็นครั้งแรกที่มีคนหมายหัวผม ตอนผมวิ่งเหยาะเข้าประจำตำแหน่ง จากนั้นสจวร์ต เพียร์ช ก็เข้ามาขู่ผมว่า “มึงต้องเจอกับกูวันนี้ ไอหนู ระวังไว้ให้ดี” แน่นอนว่าผมระวังมากขึ้น แต่ผมก็ไม่กลัวเช่นเดียวกัน

แต่ผมกลัวมากขึ้น หลังจากได้รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมของสหราชอาณาจักรประจำปี มันเป็นครั้งแรกเลยที่ผมต้องออกไปพูดต่อหน้าคนเยอะๆ และกังวลว่าจะพูดอะไรเวิ้นเว้อเกินไป นอกจากนี้ผมยังรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของบอลโลกด้วย มันแปลกดีนะ เพราะตอนนั้นคุณโฟกัสกับสิ่งอื่นๆ คุณไม่จำเป็นต้องโฟกัสหรือคิดเกี่ยวกับรางวัลที่จะตามมาเลย

มันเป็นแบบนั้นอีกครั้ง เมื่อผมได้รางวัลบัลลง ดอร์ ปี 2001 และผมไม่รู้เลยว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน เชราร์ อุลลิเย่ร์บอกว่า “นายคว้าบัลลงดอร์เลยนะ” และผมก็คิดว่า “ดีจัง” ผมยินดีกับมันนะ แต่ผมก็มั่นใจได้ว่าเมื่อหัวผมถึงเตียงก็ลืมไปแล้ว บางทีอาจจะไม่ได้คิดถึงมันอีกเลยจนกระทั่งผมได้โชว์รางวัลนี้อีกครั้งที่แอนฟิลด์ จากนั้นเมื่อผมได้มันอีก ผมคิดว่า “เอามันออกไปดิ กูต้องยิงประตูอีก 2-3 ลูกในเกมนี้นะ”

คุณจะยินดีกับรางวัลนี้เป็น 10 เท่าเมื่อคุณแขวนสตั๊ดไปแล้ว และเมื่อผมได้มองงานมอบรางวัลบัลลงดอร์ในโทรทัศน์ ผมก็เห็นแต่ลิโอเนล เมสซี่ ไม่ก็คริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ได้รางวัลนี้ไปครอง รวมถึงรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมของสหราชอาณาจักรประจำปีก็ไม่ต่างกัน

ผมจะไม่ขอโทษหรอกนะที่ทำแบบนั้นหลังจากได้รางวัลในช่วงค้าแข้ง เช่น “ใช่ รางวัลนี้อยู่ในกระเป๋าฉันแล้ว รางวัลต่อไปที่ฉันจะได้คืออะไรนะ?” แต่ถ้าคุณไม่คิดแบบนั้น คุณไม่มีทางที่จะเดินหน้าและคว้าชัยชนะมาได้ต่อไปหรอก ผมเคยพูดกับ โทนี่ แม็คคอย และ ฟิล เทย์เลอร์ ว่าไม่มีความสนุกในการทำสิ่งใดๆหรอก มีแต่ความกลัวว่าจะมีใครซักคนที่เหนือกว่าคุณและเอาชนะไปได้ และเวลาเห็นทีมอื่นคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ผมอิจฉาและฉกเข้าไปที่ทีวีทุกครั้ง

การปรับเปลี่ยน

นักเตะอังกฤษรุ่นใหม่กลายเป็นฮีโร่ในซัมเมอร์นี้ที่รัสเซีย ผมยอมรับนะ แต่ผมคิดว่าในรุ่นของผมดีกว่านี้ถึงสองเท่าเลย ไม่ว่าจะเป็น แฟร้งค์ แลมพาร์ด, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, พอล สโคลส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เวย์น รูนี่ย์ ลองบอกคนที่ดีพอจะอยู่ในทีมยุคเราหน่อยสิ? ผมคิดว่ามีไม่มากหรอก แต่ถ้าพูดถึงเรื่องหัวจิตหัวใจนักสู้ล่ะก็มันล้ำหน้าเหนือกว่าความสามารถของพวกเขาไปเยอะ พวกเขาเล่นได้สนุกและผมก็ภูมิใจมากที่พวกเขาเป็นตัวแทนของอังกฤษในบอลโลกครั้งนี้

สำหรับผู้เล่นที่ถูกจับตามองหลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในบอลโลกที่ผ่านมา เช่นแฮร์รี่ แม็คไกวร์ หรือ จอร์แดน พิคฟอร์ด พวกเขาอาจจะได้เปรียบในตอนนี้ มันช่วยสร้างความมั่นใจให้เราได้ แต่คุณก็จำเป็นต้องถ่อมตัวยามอยู่นอกสนามด้วยเช่นกัน

จุดแข็งที่สุดของผมก็คือผมสามารถแบ่งแยกระหว่างชีวิตจริงๆและการเป็นนักฟุตบอลได้ เมื่อผมเดินผ่านอุโมงค์ในสนาม ผมจะเปิดสวิตช์ให้อยู่ในโหมดงานทันที ผมรักงานของผม แต่ก็มีคนมากกว่า 50,000 คนตะโกนชื่อคุณอยู่ มันไม่ใช่เรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าจะมีคนพันๆคนขี่รถตามคุณ,แวะทักทายคุณเพื่อขอลาย,เพื่อถ่ายรูป จากใครก็ไม่รู้หรือเด็กที่สวนสาธารณะ

นักฟุตบอลหลายคนอาจจะยืดติดกับชื่อเสียงและมันคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่ผมรู้สึกว่าเราต้องสลับสวิตช์เมื่อออกจากสนาม เมื่อผมกลับไปบ้าน ผมเป็นพี่ชาย,เป็นลูกชาย, ผมมีแฟน, ผมมีเจ้าตูบ ผมทำทุกอย่างเหมือนคนปกติทั่วไป เมื่อลงสนามกับลิเวอร์พูลนั่นคืออีกโลกนึง คุณรักมัน นี่เป็นชีวิตที่ดีสุดในโลกเลย แต่ถ้าไม่สามารถรับมือกับมันได้ มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ และการพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือยาเสพติดต่างๆก็ไม่ช่วยให้คุณรับมือกับมันได้ คุณจะคิดว่าการยกย่องสรรเสริญคือสิ่งเป็นบรรทัดฐานของนักฟุตบอล ซึ่งมันไม่ใช่เลย

หวังว่านักเตะสิงโตคำรามทั้งหลายจะใช้มันเพื่อสร้างประสบการณ์ในแง่บวก บางคนอาจจะได้ไปต่อ บางคนก็อาจจะลืมรากเหง้าของตัวเอง แต่อย่างน้อยก็เชื่อว่านี่จะกระตุ้นให้มักเตะมีอาชีพค้าแข้งที่ดีขึ้นได้

ผมคว้ารางวัลดาวซัลโวอีกครั้งหลังจากบอลโลกปี 1998 โดยครองร่วมกับดไวท์ ยอร์ค และ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ ในใจผม แม้จะมีความกดดันผสมอยู่ แต่ผมก็เชื่ออยู่เสมอว่าผมเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ผมต้องเชื่อแบบนั้น

ผมหวังว่าถ้ามีใครซักคนเห็นผมบนถนนตอนนี้ พวกเขาจะนึกถึงช่วงเวลาดีๆในช่วงค้าแข้งของผม เช่นประตูของผมในนัดชิงเอฟเอ คัพปี 2001 กับอาร์เซน่อล, แฮตทริกใส่เยอรมัน และประตูนั้นกับอาร์เจนติน่า ผมยินดีมากๆกับทุกๆเหตุผลดีๆที่ทุกคนจดจำ และประตูกับอาร์เจนติน่าในวันนั้นได้เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกลาล

Powered by UFABET


 

ซานโตสแฮปปี้ฝอยทองทะลุรอบรอง

แฟร์นันโด ซานโตส ที่ปรึกษาทีมชาติประเทศโปรตุเกส เปิดเผยพึงพอใจทีมทะลุรอบรองศึกเนชั่นส์ ลีก

ยูฟ่าเบท หลังบุกเจ๊า อิตาลี ไร้สกอร์ เมื่อวันเสาร์ รับเป็นเกมยากกว่าที่คิด แต่ว่าการผ่านเข้ารอบเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด

แฟร์นันโด ซานโตส เทรนเนอร์ทีมชาติประเทศโปรตุเกส ออกมาเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เดือนพฤศจิกายน ก่อนหน้าที่ผ่านมา ว่า เขาพึงพอใจที่กลุ่มผ่านไปสู่รอบรองชนะเลิศศึกเนชั่นส์ ลีก ได้เสร็จ ภายหลังบุกไปเสมอ อิตาลี 0-0 ที่ซาน ซิโร่ เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

1 แต้มที่มิลาน พอเพียงที่จะส่งให้แชมป์ยูโร 2016 เปลี่ยนเป็นทีมแรกที่เข้ารอบรองชนะเลิศศึกเนชั่นส์ ลีก ซึ่งจะเล่นกันในปีต่อไป ที่ประเทศของพวกเขา แล้วก็ถึงปราศจากความสุขกับฟอร์มการเล่นของสมาชิก แม้กระนั้น ซานโตส ก็พึงพอใจที่ ประเทศโปรตุเกส ได้แชมป์กรุ๊ป 3 ได้เสร็จ

“ผมพึงพอใจ การได้เข้าไปเล่นรอบท้ายที่สุดรายการนี้เป็นสิ่งจำเป็นเสมอสำหรับ ประเทศโปรตุเกส ซึ่งบ่งบอกถึงถึงประสิทธิภาพของบอลประเทศโปรตุเกส มันเที่ยงธรรมแล้ว ในเกมที่ยากมากมายๆซึ่งหนักกว่าที่ผมคาดเอาไว้ ตอนครึ่งแรกมันยากมากมาย พวกเราจำต้องปรับพฤติกรรมอย่างยากลำเค็ญ โดยยิ่งไปกว่านั้นในเกมรับ”

“การปกป้องเจริญไม่ใช่การมีนักเตะผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยลงมาตั้งรับ มันเป็นการหาวิธีกำจัดคู่แข่งและไม่ปล่อยให้พวกเขาเล่นง่ายๆเมื่อคุณมิได้ทำอย่างนี้ คุณย่อมเล่นได้ยากด้วยเช่นเดียวกัน พวกเราแย่มากในประเด็นการยืนตำแหน่งในเกมรับแล้วก็เมื่อพวกเราได้บอล พวกเราก็เล่นต่อไม่ติด” ซานโตส กล่าว

สำหรับ ประเทศโปรตุเกส ไม่แพ้เลยในกลุ่ม 3 มี 7 คะแนนจาก 3 นัด รวมทั้งจะเล่นกับ ประเทศโปแลนด์ กลุ่มอันดับสุดท้ายที่ตกชั้นไปแล้วในวันอังคารนี้

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์แทงบอลเงินส , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

พาซิว3แต้ม!มาร์ติเนซชมบาตชูอายี่ฟอร์มสุดจัด

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกลุ่มชาติเบลเยียม ยกนิ้วชม มิชี่ บาตชูอายี่ ที่เล่นได้เด่นในเกมที่ชนะ ไอซ์แลนด์ 2-0 พร้อมชี้ เกมกับ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นงานหินสุดๆสำหรับทีมของตัวเอง

เว็บ UFABET  โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ทีมชาติเบลเยียม กล่าวชม มิชี่ บาตชูอายี่ ที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมที่สุด จนกระทั่งทำให้ทีมเปิดบ้านชนะ ไอซ์แลนด์ 2-0 ในเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ลีก เอ กลุ่ม 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 เดือนพฤศจิกายน ก่อนหน้านี้

เกมนี้เจ้าถิ่นจำต้องคอยจนกระทั่งนาทีที่ 65 กว่าที่จะมาได้ประตูขึ้นนำจาก บัตชูอายี่ ก่อนที่จะดาวเตะจาก บาเลนเซีย จะทำลูกลำดับที่สองของเขาในตอน 9 นาทีในที่สุด จนกระทั่งทำให้ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เก็บได้ 9 คะแนนเต็ม จากการลงเล่น 3 นัดหมาย

“ในครึ่งแรกเขามีปัญหาอยู่บ้าง แต่ว่าเขาก็เคลื่อนที่ได้ดิบได้ดีในจังหวะที่พวกเราได้ลูกแรก ผมดีอกดีใจที่เขาทำได้ 2 ประตู แต่ว่านอกจากเรื่องประตูแล้วเนี่ย เขายังเล่นได้ดิบได้ดีด้วย ผมประทับใจกับฟอร์มโดยรวมของเขา ในเกมอย่างนี้คุณจะต้องมีสมาธิสำหรับในการเล่นตลอดทั้งเกม และก็สามารถทำแต้มได้จากจังหวะเพียงแต่จังหวะเดียว” ผู้จัดการทีมชาวสแปนิช เปิดเผย

สำหรับนัดหมายท้ายที่สุดนั้น เบลเยียม มีคิวไปเยี่ยม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย.นี้ โดยพวกเขาอยากได้ขั้นต่ำ 1 คะแนนสำหรับเพื่อการเป็นแชมป์กรุ๊ป รวมทั้งผ่านไปสู่รอบถัดไป แม้กระนั้น มาร์ตำหนิเนซ มั่นใจว่ากลุ่มของตนเองจะพบงานหนักแน่ๆ

“ผมคาดว่ามันจะเป็นเกมที่หนัก เกมที่เล่นกันใน บรัสเซลส์ มันชี้ให้เห็นแล้วว่า ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นกลุ่มที่ดีมากแค่ไหน (เบลเยียม ชนะไป 2-1) นักฟุตบอลของพวกเขาเล่นร่วมกันมานานแล้ว พวกเขาเป็นกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งด้านแท็คติกสูงมากมายๆและก็ใช้นักฟุตบอลให้กับระบบได้ดิบได้ดี คราวนี้พวกเขาจะได้เล่นในบ้าน พวกเขามีโมเมนตัมที่ดีสำหรับการเล่น เนชั่นส์ ลีก มันเป็นเกมที่พวกเราตั้งหน้าตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ พวกเราคาดว่าพวกเขาจะเล่นได้ดิบได้ดีราวกับเกมใน บรัสเซลส์” มาร์ติเนซ ระบุ

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน